
โตเกียว · Ian
“ปีหน้าใครจะไปวิ่งโตเกียวมาราธอนบ้าง?” 3 เรื่องที่ต้องเตรียมตั้งแต่ตอนนี้
วันที่ 7 มีนาคม 2027 (พ.ศ. 2570) นักวิ่ง 40,000 คนจะลงสนามโตเกียวมาราธอน (Tokyo Marathon) ครั้งที่ 20 จุดรับบิบปิดเวลา 17:30 น. ของวันที่ 6 มีนาคม อุณหภูมิเช้าก่อนปล่อยตัวตามค่าปกติอยู่ที่ 2–4°C ส่วนนักวิ่งบล็อกท้ายสุดจะข้ามเส้นสตาร์ตหลังเสียงปล่อยตัวถึง 30 นาที เรื่องที่ต้องวางแผนตอนนี้มีทั้งวันเดินทาง เช้าวันแข่ง และคัตออฟแต่ละช่วง
ในโตเกียวมาราธอน 2026 มีนักวิ่งคนหนึ่งออกสตาร์ตมาราธอนแรกจากบล็อก K นักวิ่งจากช่อง YouTube Running in Japan คนนี้แซงเพซเซอร์ 5 ชั่วโมง 30 นาที ต่อด้วยเพซเซอร์ 5 ชั่วโมง ก่อนจะไล่ทันเพซเซอร์ 4 ชั่วโมง 30 นาที แต่เมื่อหันกลับไปมองที่ กม. 40 ธงของเพซเซอร์ 5 ชั่วโมง 30 นาทีกลับมาอยู่ข้างหลังในระยะประชิดอีกครั้ง เวลา 9:10 น.
วันที่ 7 มีนาคม 2027 โตเกียวมาราธอนครั้งที่ 20 จะปล่อยตัวจากหน้าอาคารที่ว่าการมหานครโตเกียว รับนักวิ่งมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ 40,000 คน และผู้เข้าเส้นชัยจะได้รับเหรียญที่ระลึกครบรอบ 20 ปี สำหรับผู้ที่จับสลากได้และชำระค่าสมัคร 19,800 เยนภายในวันที่ 30 กันยายน หรือ 230 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับการสมัครจากต่างประเทศ ควรเปิดปฏิทินก่อนเปิดตารางซ้อม จุดรับบิบปิดเวลา 17:30 น. ในวันก่อนแข่งและไม่อนุญาตให้รับแทน เช้าก่อนปล่อยตัวคือการยืนต่อแถวตรวจความปลอดภัยท่ามกลางอุณหภูมิ 2–4°C แล้วเวลาที่นักวิ่งบล็อกท้ายมีอยู่จะครบ 7 ชั่วโมงจริงหรือ?
3 เรื่องที่ต้องเตรียมจึงเริ่มจากตรงนี้
1จองเที่ยวบินโดยนับถอยหลังจาก 17:30 น. วันที่ 6 มีนาคม

โตเกียวมาราธอนเปิดรับบิบเฉพาะที่อาคารนิทรรศการฝั่งใต้ของโตเกียวบิ๊กไซต์ (Tokyo Big Sight) วันที่ 4 และ 5 มีนาคมเปิด 10:00–20:30 น. ส่วนวันที่ 6 มีนาคมเปิดถึง 17:30 น. วันแข่งไม่มีการแจกบิบ นักวิ่งต้องมารับด้วยตัวเองพร้อมบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายและคิวอาร์โค้ดลงทะเบียน ไม่อนุญาตให้ผู้อื่นรับแทน สายรัดข้อมือที่เจ้าหน้าที่สวมให้ตอนรับบิบต้องอยู่ติดข้อมือไปจนถึงเส้นชัย การจองตั๋วเครื่องบินต้องเริ่มด้วยการนับถอยหลังจาก 17:30 น.
วันที่ 6 มีนาคม แผนไปถึงคืนวันเสาร์แล้ววิ่งเช้าวันอาทิตย์ใช้ไม่ได้กับโตเกียว โตเกียวบิ๊กไซต์อยู่ที่อาริอาเกะริมอ่าวโตเกียว ต้องเผื่อเวลาเดินทางแยกต่างหากหากพักแถวชินจูกุหรือสถานีโตเกียว ยิ่งเลื่อนไปช่วงบ่ายวันสุดท้ายที่เอ็กซ์โปหนาแน่น เวลาสำรองก็ยิ่งน้อย ควรกำหนดวันเดินทางถึงเป็นวันที่ 5 มีนาคม การใช้เวลาในเอ็กซ์โปให้น้อยลงย่อมดีกว่า นักวิ่งบล็อก K เดินอยู่บนชั้นที่ ASICS ใช้พื้นที่ทั้งหมดนาน 3–4 ชั่วโมง ก่อนจะรู้ว่ายังมีอีกฮอลล์อยู่ชั้นล่าง ถึงตอนนั้นแค่เดินก็หมดแรงแล้ว หากใช้เวลาบ่ายทั้งวันในเอ็กซ์โปก่อนแข่ง 2 วัน ความล้าจะตามไปถึงเส้นสตาร์ต หากมีคนร่วมทริป ควรนัดจุดพบกันไว้ก่อน พื้นที่รับบิบอนุญาตให้เฉพาะนักวิ่งเข้า นักวิ่งจากช่อง YouTube Shervin Shares ซึ่งมาวิ่งโตเกียวเป็นเวิลด์เมเจอร์สนามที่ 5 ต้องแยกกับครอบครัวตรงนั้น ส่วน Shevs ซึ่งมาวิ่งมาราธอนแรกพบว่าแถวรับบิบแยกชายหญิง ทางที่ดีคือนัดพบกันอีกครั้งตรงทางออกเอ็กซ์โป
โตเกียวมาราธอน 2027อาทิตย์ 7 มีนาคม 2570 · D-149 · โตเกียว, ญี่ปุ่นดูรายละเอียดการแข่งขัน
2เช้าวันแข่งให้เดินไป ไม่พกขวดน้ำ และสวมเสื้อกันหนาวทับ

โตเกียวมาราธอนเป็นคอร์สพอยต์ทูพอยต์ จุดปล่อยตัวกับเส้นชัยอยู่คนละแห่ง เริ่มจากหน้าอาคารที่ว่าการมหานครโตเกียวในชินจูกุ และเข้าเส้นชัยที่ถนนเกียวโกโดริ (Gyoko-dori) หน้าสถานีโตเกียว หลังจบการแข่งขัน สถานีนิจูบาชิมาเอะของสายชิโยดะอยู่ใกล้ประตูเส้นชัยที่สุด นอกจากนี้ยังใช้สถานีโอเตมาจิ หรือทางออก 3 ของสถานีซากุราดามงซึ่งเดินประมาณ 8 นาทีได้ ขากลับช่วงเย็นยังพอหาทางได้ เรื่องที่ต้องยึดเป็นหลักคือช่วงเช้า มีจุดดักอยู่ข้อหนึ่ง สถานีโทโชมาเอะ (Tochomae) ของรถไฟใต้ดินสายโทเอโอเอโดะซึ่งเชื่อมตรงกับพื้นที่ปล่อยตัว ไม่สามารถใช้ทางออกได้ในวันแข่ง คำแนะนำอย่างเป็นทางการคือเดินจากทางออกฝั่งตะวันตกของสถานีเจอาร์ชินจูกุ หรือใช้สถานีเซบุชินจูกุและสถานีนิชิชินจูกุโกโจเมะ จากทางออกฝั่งตะวันตกของสถานีชินจูกุถึงพื้นที่ปล่อยตัวใช้เวลาเดินราว 10 นาที และตลอด 10 นาทีนั้นจะมีคนหลายหมื่นเดินไปทางเดียวกัน นักวิ่งจาก Shervin Shares จำได้ว่า “รถไฟใต้ดินที่ญี่ปุ่นคือเขาวงกต” และพลัดกับคนในกลุ่มระหว่างตามหาหมายเลขเกต ซึ่งหมายเลขนี้พิมพ์อยู่บนบิบ นักวิ่งจากช่อง YouTube Run the Rising Sun ซึ่งมาวิ่งโตเกียวเป็นครั้งที่ 2 รู้ว่าสถานีชินจูกุจะแน่นทุกเช้าวันแข่ง จึงเข้าห้องน้ำที่สถานีก่อนหน้าหนึ่งสถานี ส่วนนักวิ่งบล็อก K เลือกที่พักใกล้จุดปล่อยตัวแล้วเดินไป Kinki Nippon Tourist (KNT) พันธมิตรอย่างเป็นทางการ เปิดรับจองแพ็กเกจที่พักสำหรับผู้เข้าร่วมตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน โดยเป็นแพ็กเกจที่พักอย่างเดียว ไม่มีสิทธิ์ลงแข่ง อากาศตอนเช้าหนาว อุณหภูมิต่ำสุดตามค่าปกติในโตเกียวช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคมอยู่ที่ 2–4°C ส่วนอุณหภูมิสูงสุดตอนกลางวันอยู่ที่ 10–12°C ช่วงยืนรอปล่อยตัวเวลา 9:10 น. แทบจะตรงกับช่วงที่หนาวที่สุดของวัน Shevs บอกหน้ากล้องว่าเช้าวันนั้นอุณหภูมิราว 6°C และมือกำลังสั่น นักวิ่งจาก Run the Rising Sun เห็นแดดออกจึงไม่สวมเสื้อปอนโชแบบใช้แล้วทิ้ง ก่อนจะนึกเสียดายเล็กน้อยระหว่างยืนรอ ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร ควรมีเสื้อชั้นนอกที่พร้อมทิ้ง ก่อนปล่อยตัวมีกล่องรับเสื้อผ้าให้ทิ้งเสื้อชั้นนอกไว้ได้ การตรวจความปลอดภัยที่นักวิ่งจาก Run the Rising Sun เจอนั้น “เข้มงวดกว่าที่คิด” วิดีโอของนักวิ่งบล็อก K ยังระบุด้วยว่าเจ้าหน้าที่ตรงจุดตรวจจะยึดขวดพลาสติกที่มีของเหลวอยู่ การฝากสัมภาระต้องใช้ถุงทางการที่งานแจกให้เท่านั้น ในเช้าที่นักวิ่ง 40,000 คนต้องผ่านทั้งจุดตรวจความปลอดภัยและจุดฝากสัมภาระก่อนเข้าบล็อก ควรเผื่อใจว่าจะต้องยืนนานเกือบ 1 ชั่วโมง ลำดับในเช้าวันแข่งจึงควรเป็นแบบนี้ ดื่มน้ำที่ที่พัก เข้าห้องน้ำหนึ่งครั้งนอกเกต และอีกครั้งก่อนเข้าบล็อก สวมเสื้อชั้นนอกไปแล้วทิ้งไว้ในกล่องรับเสื้อผ้า ที่พักควรอยู่ฝั่งตะวันตกของชินจูกุในระยะที่เดินถึงจุดปล่อยตัวได้
3อย่ายึดเวลา 7 ชั่วโมง ให้ดูตารางเวลาของนักวิ่งท้ายขบวน

โตเกียวมาราธอนให้เวลาจบ 7 ชั่วโมง และปิดประตูเส้นชัยเวลา 16:10 น. หากดูแค่ตัวเลข นั่นคือเพซ 9 นาที 57 วินาทีต่อกิโลเมตร เร็วพอๆ กับการเดินเร็ว แต่เวลานี้เป็นของนักวิ่งที่ข้ามเส้นสตาร์ตตอน 9:10 น. คู่มือสนามอย่างเป็นทางการระบุ “เวลาที่คาดว่านักวิ่งคนสุดท้ายจะผ่าน” ไว้ทุกช่วง และนี่คือตารางเวลาที่ต้องยึดจริง นักวิ่งท้ายขบวนจะข้ามเส้นสตาร์ตเวลา 9:40 น.
หลังปล่อยตัว 30 นาที ผ่านจุดฮาล์ฟเวลา 12:46 น. กม. 30 เวลา 14:06 น.
กม. 35 เวลา 14:48 น. กม.
40 เวลา 15:40 น. และถึงเส้นชัยเวลา 16:10 น. คนที่ออกตัวเวลา 9:40 น.
จึงมีเวลา 6 ชั่วโมง 30 นาที หรือคิดเป็นเพซประมาณ 9 นาที 15 วินาทีต่อกิโลเมตร นักวิ่งบล็อก K คนนั้นได้สัมผัสตารางนี้กับตัวเอง ช่วงแรกของเรซยังไล่ตามเพซเซอร์ข้างหน้า แต่พอถึง กม. 32 ขาก็เริ่มหนักจนต้องเปลี่ยนเป็นเดิน ที่ กม. 40 ธงเพซเซอร์ 5 ชั่วโมง 30 นาทีกลับมาอยู่ด้านหลังอีกครั้ง ตลอด 2 กม.
สุดท้าย นักวิ่งคนนั้นประคองตัวไปถึงเส้นชัยด้วยความคิดเดียวว่าจะไม่ยอมให้ธงนั้นแซง การแข่งขันปี 2026 มีผู้ปล่อยตัวในระยะมาราธอน 38,472 คน และเข้าเส้นชัย 37,268 คน คิดเป็นอัตราจบ 96.9% นี่คือเรซที่ให้เวลาเหลือเฟือหรือไม่ ตัวเลขบอกว่าใช่ แต่หากอยู่บล็อกท้าย แผนซ้อมควรยึดเวลา 6 ชั่วโมง 30 นาทีเป็นหลัก ส่วนคัตออฟรายช่วงของปี 2027 จะประกาศก่อนวันแข่งไม่นาน เมื่อข้อมูลออกมาแล้ว ควรเริ่มคำนวณใหม่จากเวลาปล่อยตัวโดยประมาณของบล็อกตัวเอง
4จุดชี้ขาดของเวลา 6 ชั่วโมง 30 นาที: 5 กม. แรก และช่วงฮิบิยะ–ทามาจิ 8 กม.

สนามออกตัวจากหน้าอาคารที่ว่าการมหานครโตเกียว ผ่านอีดาบาชิ คันดะ และนิฮงบาชิ ก่อนถึงจุดกลับตัวแรกที่อุเอโนะฮิโรโคจิ (Ueno-hirokoji) ที่ กม. 10.6 จากนั้นมุ่งไปทางคุรามาเอะและโคมากาตะ เมื่อเข้าสู่ย่านอาซากุสะ โตเกียวสกายทรีจะปรากฏตรงหน้า จุดกลับตัวที่ 2 อยู่บริเวณศาลเจ้าโทมิโอกะฮาจิมังกู (Tomioka Hachimangu) ที่ กม. 23.95 เส้นทางผ่านกินซ่าแล้วลงไปทางสวนชิบะ ก่อนกลับตัวครั้งสุดท้ายหน้าสถานีทามาจิที่ กม.
37.5 วิ่งย้อนสู่ฮิบิยะ ผ่านแยกวาดาคุระมง (Wadakuramon) แล้วเข้าสู่เส้นชัย จุดให้น้ำมีกติกาอยู่ข้อหนึ่ง นักวิ่งจาก Shervin Shares เล่าว่าไม่สามารถหยิบขวดน้ำจากจุดให้น้ำติดตัวไปได้ ต้องเทใส่ขวดของตัวเองหรือดื่มให้หมดตรงนั้น นักวิ่งคนนี้จึงวิ่งพร้อมขวดเปล่า 1 ใบและคอยเติมตามจุดต่างๆ เจ้าหน้าที่ตรงประตูตรวจยึดเฉพาะขวดที่มีของเหลว นักวิ่งที่คุ้นกับการถือขวดระหว่างวิ่งจึงควรพกขวดเปล่าไป 1 ใบ หลังเส้นชัยมีทั้งเหรียญ เสื้อปอนโช เครื่องดื่มเกลือแร่ และน้ำดื่ม ปัญหาที่นักวิ่งจาก Run the Rising Sun เคยบ่นในปีก่อนๆ ว่าไม่มีเครื่องดื่มหลังเข้าเส้นชัย ไม่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สนามมีความสูงสะสมเพียง 35–40 เมตร แต่ช่วงหลังปล่อยตัวเป็นทางลงลาดๆ หายใจสบาย ขณะที่นาฬิกาเดินเร็วกว่าแผน นักวิ่งจาก Run the Rising Sun เล่าว่าในปี 2023 กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าเริ่มเจ็บตั้งแต่ราว กม. 25 ครั้งนี้จึงคุมช่วงแรกให้ช้ากว่าเพซ 5 นาทีต่อกิโลเมตร และเน้นลงเท้าอย่างนุ่มนวล พอถึง กม. 25 ขายังไม่มีปัญหา จุดที่เล่นงานแบบไม่ทันตั้งตัวคือเนินสั้นๆ บนสะพานข้ามแม่น้ำสุมิดะ กลายเป็นช่วงที่หนักเกินคาดบนสนามซึ่งดูเหมือนจะราบ ไฮไลต์ครึ่งหลังคือช่วงไปกลับระหว่างฮิบิยะกับทามาจิ ระยะประมาณ 8 กม.
สำหรับนักวิ่งคนนั้น ที่นี่คือบริเวณซึ่ง “คนดูเยอะมาก และพลังบรรยากาศเหลือเชื่อ” เมื่อเลี้ยวกลับเข้าแยกฮิบิยะเป็นครั้งสุดท้าย ฝูงชนทำให้นึกถึงเซ็นทรัลพาร์กเซาท์ในนิวยอร์กมาราธอน แต่ระยะอีกกว่า 1 กม. จากตรงนั้นถึงเส้นชัยบนถนนเกียวโกโดริกลับยาวนานกว่าที่จำได้มาก นั่นคือเหตุผลว่าทำไม 5 กม. แรกจึงต้องมองนาฬิกาและตั้งใจวิ่งให้ช้า
5เพิ่มเติม: หากยังไม่มีสิทธิ์ลงแข่ง ยังมี 3 ช่องทางที่จะปิดรับภายในเดือนตุลาคม

หากต้องการวิ่งฟูลมาราธอนในญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027 โอซาก้ามาราธอนซึ่งจัดก่อนหน้า 1 สัปดาห์ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ยังเปิดรับสมัครประเภทบริจาค (Charity) ถึงเวลา 17:00 น. วันที่ 19 ตุลาคม จำกัด 1,000 สิทธิ์ตามลำดับการสมัคร หากเล็งปี 2028 การสมัคร RUN as ONE - GLOBAL Virtual Run Series ครั้งที่ 6 จะปิดเวลา 17:00 น. วันที่ 12 ตุลาคม (เวลาญี่ปุ่น) วิ่งสะสมระยะฮาล์ฟมาราธอนผ่านแอประหว่างวันที่ 17–25 ตุลาคม แล้วผู้ที่วิ่งจบจะได้ลุ้น 30 สิทธิ์การันตีเข้าร่วมการแข่งขันปี 2028 โดยยังต้องชำระค่าสมัครแข่งขันแยกต่างหาก ช่องทางที่ใกล้ที่สุดสำหรับโตเกียวปี 2027 จะปิดวันที่ 13 ตุลาคม แคมเปญครบรอบ 20 ปี “Interview Relay 2027” เปิดรับเรื่องราวและภาพถ่ายว่าโตเกียวมาราธอนเปลี่ยนชีวิตอย่างไร พร้อมมอบสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันปี 2027 ให้ผู้ชนะรางวัลด้านเรื่องราว 10 คน เงื่อนไขการสมัครของแต่ละรางวัลระบุแยกไว้ในหน้าแคมเปญ ผู้พำนักนอกญี่ปุ่นควรตรวจสอบก่อนว่ามีสิทธิ์สมัครหรือไม่
บรรณาธิการเลือก
สิ่งที่ผู้จะวิ่งโตเกียวต้องใส่ไว้ในปฏิทินตอนนี้มี 3 บรรทัด ถึงโตเกียววันที่ 5 มีนาคม ไปโตเกียวบิ๊กไซต์ก่อน 17:30 น. วันที่ 6 และเช้าวันที่ 7 เดินจากฝั่งตะวันตกของชินจูกุไปจุดปล่อยตัวโดยไม่พกขวดน้ำ หากอยู่บล็อกท้าย ให้วางแผนแข่งด้วยกรอบเวลา 6 ชั่วโมง 30 นาที เมื่อ 3 บรรทัดนี้ลงตัว ที่เหลือคือการซ้อม หากต้องเลือกซ้อมเพียงเรื่องเดียว คำตอบคือ 5 กม. แรก ขาที่ประหยัดไว้บนทางลงจะได้ใช้ท่ามกลางเสียงเชียร์ตลอดช่วงฮิบิยะถึงทามาจิ 8 กม.
รวมถึง 1 กม. สุดท้ายที่ยาวกว่าภาพจำ นักวิ่งจากบล็อก K คนนั้นประคองตัวโดยมีธง 5 ชั่วโมง 30 นาทีอยู่ข้างหลังได้ ก็ใน 2 กม. สุดท้ายนี่เอง
หากมีสิทธิ์ลงแข่งแล้ว ให้เริ่มจากจองการเดินทางไปถึงวันที่ 5 มีนาคม หากยังไม่มีสิทธิ์ อย่าพลาดการสมัคร Interview Relay 2027 ที่ปิดรับวันที่ 13 ตุลาคม
ช่วงรับสมัคร · ที่พัก
| งานวิ่ง | กำหนดการ | ช่วงรับสมัคร | INFO. |
|---|---|---|---|
| โตเกียวมาราธอน 2027 | อาทิตย์ 7 มีนาคม 2570 | ศุกร์ 14 สิงหาคม 2569 ~ ศุกร์ 28 สิงหาคม 2569 | ที่พัก · ดูรายละเอียดการแข่งขัน |
เปิดการแปลอัตโนมัติ · เว็บไซต์ทางการของงานวิ่ง



